อยากให้คน “เชื่อใจ” ต้อง “ใส่ใจ”

💬 “คุณรู้ตัวหรือไม่ ว่าคุณกำลังทำลาย Trust ของเพื่อนร่วมงานและลูกน้องของคุณในทุกๆ Meeting อยู่!”

ประโยคนี้ทำให้ผมนั่งอึ้งไปหลายวินาที ระหว่างที่นั่งฟัง Professor Frances Frei ในคลาส Off the Shelf Series โดย HBS Online ที่เชิญอาจารย์จาก Harvard Business School มาเล่าหนังสือเล่มใหม่ของพวกเขา พร้อมชวนผู้เรียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อนั้นๆ กัน เป็น Executive Book Club ที่มีอะไรมาสะกิดความคิดของเราอยู่ตลอดเวลา

ใน Session นั้น Prof. …


Obsess over customers, not competitors

พอดีเมื่อสัปดาห์ก่อนมีโอกาสไปสอนเปิดหลักสูตร Product Management Bootcamp ของ Skooldio ในคลาสได้มีการพูดถึงบทบาทหน้าที่ของ Product Manager (PM) ในการวาง Product Strategy เป็น Mini-CEO ที่นอกจากจะต้องทำของให้ตอบโจทย์ลูกค้าแล้วยังต้องประสบความสำเร็จทางธุรกิจอีกด้วย

สำหรับผู้ประกอบการ สิ่งแรกๆ ที่เรามักจะทำเวลาอยากจะเริ่มอะไรใหม่ๆ ก็คือการวิเคราะห์คู่แข่ง / ตลาด ดูว่ามีใครทำอะไรอยู่แล้วบ้าง ใครทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จ หรือพอทำธุรกิจมาสักพักแล้ว หลายๆ คนก็มักจะมีการ Monitor ติดตามทุกฝีก้าวของคู่แข่ง ว่ามีการออกของอะไรใหม่ ไปจับมือกับใคร ขยายตลาดไปทางไหน ผลการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

แน่นอนที่สุด ว่าการรู้จักคู่แข่งเป็นสิ่งที่ดี แต่หลายครั้งเราก็มักจะเผลอตัวไปโฟกัสกับการ “เอาชนะ” มากกว่าการพยายาม “เข้าใจลูกค้า” เพื่อทำสินค้าของเราให้ตอบโจทย์และแข่งขันได้ในที่สุด

1. รีบทำตาม (ในสิ่งที่เราไม่ควรทำ)

หลายคนเห็นคู่แข่งทำอะไรได้ดี ก็อยากจะรีบทำตามให้ได้เร็วที่สุด โดยอาจจะละเลยไปว่ากลุ่มลูกค้าเราอาจจะไม่ได้อยู่ Segment เดียวกันกับคู่แข่ง (Different Customers) หรือลูกค้าของเราอาจจะไม่ได้มีปัญหาเดียวกับลูกค้าของคู่แข่ง (Different Problems) หรือลูกค้าของเราอาจจะต้องการแก้ปัญหาในบริบทที่แตกต่างกันออกไป (Different Solutions) ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เราได้เห็นผลิตภัณฑ์​ “Me Too” มากมายที่ “ลอก” ไอเดียที่ประสบความสำเร็จจากคู่แข่ง แต่สุดท้ายกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า…


9 สิ่งที่ดีที่สุดในการเดินทางของเราตลอดปี 2020

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ทำให้ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่หนักหนาสาหัสสำหรับหลายๆ ธุรกิจ ที่ Skooldio เอง เราก็ได้รับผลกระทบอยู่ไม่น้อย ทั้งในส่วนของ Offline Workshop ที่ต้องยกเลิกยาวๆ ในช่วง Lockdown หรือในส่วนของงบประมาณ Upskill/Reskill ของหลายๆ องค์กรที่ถูกปรับลดกะทันหัน แต่พวกเราก็ฝ่าฟันหนีตายกันมาได้ ถึงแม้ยอดขายจะไม่เติบโตตามเป้าที่วางเอาไว้ แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ตก และวิกฤตินี้ก็ทำให้ทีมของเราแข็งแกร่งขึ้นเยอะ 💪✌️

In the midst of every crisis, lies great opportunity

— Albert Einstein

ในโอกาสปีใหม่นี้ ผมและทีมงาน Skooldio จึงได้รวบรวมเรื่องราวที่ดีที่สุดของความพยายามในการอัพสกิลคนไทยและยกระดับบุคลากรในองค์กรตลอดปี 2020 ที่ผ่านมา เพื่อทบทวนตัวเองและเก็บความทรงจำที่ดีเอาไว้ ก่อนจะออกสู้ศึกต่อในปี 2021 (ที่ตอนนี้ก็มีทีท่าว่าจะหนักไม่น้อยไปกว่าปีที่แล้ว 😢)


การตัดสินใจในยุคข้อมูลท่วมหัว

เกือบทุกเพจการตลาดในไทย(หรือในโลกก็ตาม) ต้องเคยทำคอนเทนต์เกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรโพสต์บนแต่ละ Social Media และคอนเทนต์เหล่านี้มักจะได้รับความนิยมสูงมาก เพราะใครๆ ก็พากันกดแชร์ กด Retweet กด Tag เพื่อนมาดู ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นราวกับได้เครื่องรางของคลัง ที่จะช่วยให้โพสต์ของพวกเขาไม่กริบอีกต่อไป

ผมเชื่อว่าทุกเพจมีเจตนาที่ดีที่จะนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจ หลายเพจมีการเขียนเตือนไว้อย่างชัดเจนว่าข้อมูลนี้อาจจะไม่เวิร์คสำหรับทุกคน ใครที่สนใจก็ต้องไปทดลองกันดูเอง แต่พอเห็น Engagement เยอะๆ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าผู้อ่านส่วนใหญ่เค้าน่าจะกำลังคิดว่าเค้าทำการตลาดแบบ “Data-Driven” อยู่หรือเปล่า วันนี้เลยอยากมาเล่าข้อควรระวังเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะนำข้อมูลไป “drive” ขับเคลื่อนการตัดสินใจ

1. ข้อมูลใคร…ข้อมูลมัน

ลูกค้าเราอาจจะไม่เหมือนลูกค้าคนอื่น หลายบทความที่แนะนำช่วงเวลาที่ดีในการโพสต์ใน Social Media ต่างๆ มักจะอ้างอิงบทความหรืองานวิจัยจากต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าพฤติกรรมก็อาจจะไม่ได้เหมือนกับคนไทยเสียทีเดียว (โอเค…ในฐานะอดีต Data Scientist ที่ Facebook บอกเลยว่ามันต่างกันมาก!) …


คืออะไร? เริ่มยังไง? ทำไมไม่สำเร็จสักที?

Digital Transformation เป็นหนึ่งในคำที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในแวดวงธุรกิจตลอด 4–5 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้องค์กรใหญ่ๆ แทบทุกแห่งมีบริษัทที่ปรึกษาวิ่งเข้าวิ่งออก บางที่ดึงเอาคนเก่งๆ ของทั้งบริษัทมารวมตัวกันสร้างทีมเฉพาะกิจ บางที่ถึงกับมีการแต่งตั้ง Chief Transformation Officer ขึ้นมาดูเรื่องนี้เป็นการพิเศษ ล่าสุดพอมีวิกฤติโควิดเข้ามา ทุกธุรกิจก็ต่างพากันเร่งสปีด Digital Transformation ด้วยความหวังว่านี่คือสิ่งที่จะพาให้องค์กรรอดพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้

Q: Who led the digital transformation of your company?
A: Covid-19

มันคืออะไร?

Digital Transformation เป็นคำกว้างๆ ที่ใช้พูดถึงการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการหลังบ้าน การปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าหน้าบ้าน หรือรูปแบบธุรกิจเลย โดยการทำ Digital Transformation ประกอบไปด้วย 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ Digitization และ Digitalization

Digitization คือ การเปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบ Analog หรืองานที่ทำมือในกระดาษให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เช่น การติดเซนเซอร์ดิจิทัลหรืออุปกรณ์ Internet of Things (IoT) ที่เครื่องจักร หรือการใช้ระบบ Point of Sale (POS) ในร้านแทนการใช้คนจดบันทึกข้อมูลลงกระดาษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากการลดต้นทุนคนและการลดความผิดพลาดของมนุษย์ และที่สำคัญที่สุด ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บมาอย่างเป็นระบบถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการนำต่อไปต่อยอดวิเคราะห์หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ…


ใช้ Machine Learning อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ

ลูกค้า 💬
“บริษัทเรามีข้อมูลเยอะมากเลย อยากจะลองเอา Machine Learning / AI มาทำนาย … ให้มันแม่นยำขึ้น เห็นอีกเจ้านึงเค้าทำได้แล้ว”

ผม 💬
“เคสนี้ผมว่าไม่ต้องใช้ Machine Learning ก็ได้นะครับ ไม่น่าจะคุ้ม”

นี่คือบทสนทนาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเวลาผมเข้าไปสอนหรือให้คำปรึกษากับองค์กรต่างๆ

แม้แต่ใน Best Practices ของการทำ Machine Learning ที่ Google รวบรวมเอาไว้ ก็ยังแนะนำว่า กฎข้อแรกของการทำ Machine Learning คือ การไม่ใช้ Machine Learning

Rule #1: Don’t be afraid to launch a product without machine learning

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า Data Project ไหน ควรทำหรือไม่ควรทำ? วันนี้ผมจะมาแนะนำ 3 ขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณเข้าใจประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำ Machine Learning มาใช้ในโปรเจคมากยิ่งขึ้น

1. Know your baseline

ก่อนจะบอกได้ว่าถ้านำ Machine Learning มาใช้แล้วจะมีประโยชน์แค่ไหน เราต้องบอกให้ได้ก่อนว่าปัญหาของเรายากง่ายยังไง? การตัดสินใจทุกวันนี้(แบบที่ยังไม่ได้มีการใช้โมเดล)ผิดพลาดมากน้อยแค่ไหน? ถ้าใช้แค่ Heuristic หรือกฎง่ายๆ ในการทำนายผลลัพธ์จะพอใช้งานได้หรือไม่?

หลายๆ คนมักจะเริ่มจากการยัดทุกอย่างเข้าโมเดล แล้วก็เอาค่า Error หรือ Accuracy มาดู ตัวเลขเหล่านี้ถึงแม้จะช่วยบอก Performance ว่าโมเดลเราตอนนี้ทำนายถูกผิดมากน้อยอย่างไร แต่มันไม่ได้บอกว่าโมเดลของเรา “ช่วย” ให้การทำนายดีขึ้นมากแค่ไหน…


เก็บตกจากงาน Digital SME Conference 2020

ถ้าให้ทุกคนนึกถึงธุรกิจสักอัน ที่ปรับตัวได้เก่งมากและเอาตัวรอดได้อย่างสร้างสรรค์ในช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมา ผมมั่นใจว่า Penguin Eat Shabu จะเป็นชื่อแรกๆ ที่โผล่เข้ามาในหัวของคุณ ส่วนตัวผมประทับใจใน “ลีลา” การทำธุรกิจของร้านนี้มาก ถึงกับให้ทีมงานไปเชิญคุณต้น-ธนพันธ์ เจ้าของร้านมาร่วม Skooldio Live! กับเราไปแล้วครั้งหนึ่ง จนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับเกียรติให้ไปพูดที่งาน Digital SME Conference 2020 เลยไม่ลังเลที่จะแวะไปฟัง Talk ของคุณต่อ-ธนพงศ์ เจ้าของร้าน Penguin Eat Shabu อีกท่าน

คุณต่อเล่าให้พวกเราฟังถึงกลยุทธ์ในการทำธุรกิจสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก 5 ข้อผ่านตัวอย่างน่ารักๆ ของ Penguin Eat Shabu เป็นหลัก น่าสนใจมากทีเดียว ผมนั่งฟังไปก็คิดตามไปว่า Skooldio ในฐานะ SME เราลองทำอะไรตามแนวทางนี้ไปแล้วบ้าง วันนี้ก็เลยจะขอหยิบเอากลยุทธ์ของคุณต่อมาเล่าให้ทุกคนฟัง ผ่านตัวอย่างของ Skooldio กันบ้าง

1. โฟกัสที่ “คุณค่า” ก่อนมูลค่า

คุณต่อชวนทุกคนคิดว่าสิ่งที่เราทำให้​ “คุณค่า” อะไรกับลูกค้าบ้าง หรือคิดถึงแต่ตัวเองจะขายของอย่างเดียว นอกจากธุรกิจจะทำกำไรแล้ว เราต้องคิดถึงคนรอบข้าง (ลูกน้อง, Supplier, ลูกค้า)…


พบกับ Skooldio Labs ให้คุณได้ “ลอง” เรียนก่อนใคร

ตลอดเกือบสามปีที่ผ่านมา Skooldio ได้ออกแบบเวิร์คชอป / คอร์สมาแล้วกว่า 40 หลักสูตร และได้รับความไว้วางใจจากกว่า 400 องค์กรให้เราอัพสกิล ในการจัดอบรมทุกครั้ง เราได้มีการวัดผลและเก็บ feedback มาโดยตลอด เพื่อนำมาปรับปรุงให้หลักสูตรของเราให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าเวิร์คชอปส่วนใหญ่จะได้คะแนนความพึงพอใจค่อนข้างสูง แต่ก็มีหลายครั้งที่พวกเรา “พลาด”

กว่าจะออกมาเป็นคอร์ส

เพราะการศึกษาเป็นธุรกิจที่ตั้งอยู่บน “ความเชื่อมั่น” ดังนั้นสิ่งที่พวกเราให้ความสำคัญมากที่สุด ก็คือ “คุณภาพ” กระบวนการทำคอร์สของเราประกอบไปด้วย

  1. Market/User Research เพื่อดูว่าทักษะอะไรกำลังเป็นที่ต้องการ? คนทำงานต้องการอัพสกิลอะไรเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น? มีหัวข้อไหนที่จำเป็นแต่ยังไม่มีใครสอน?
  2. Audition เพื่อหาผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อนั้นๆ และสามารถถ่ายทอดได้ดี
  3. Curriculum / Pedagogy Design วางเนื้อหา ออกแบบหลักสูตรร่วมกับผู้สอน ให้เนื้อหาตอบโจทย์ผู้เรียนมากที่สุด และสร้างประสบการณ์การเรียนที่ดี (การเรียงเนื้อหา, การสร้าง Motivation, กิจกรรมระหว่างเรียน ฯลฯ) โดยผู้สอนจะต้องมา Walkthrough เนื้อหากับทีม Skooldio วนไปจนกว่าพวกเราจะพอใจ 😂

ถ้าใครเคยได้คุยกับผู้สอนของ Skooldio อาจจะพอได้ยินมาบ้างว่าพวกเราเคี่ยวขนาดไหน 😈…


9 สิ่งที่ดีที่สุดในการเดินทางของเราตลอดปี 2019

ก้าวเข้าสู่ปีที่สามของ Skooldio แล้ว กับความมุ่งมั่นที่จะช่วยเติมความรู้ พัฒนาทักษะสมัยใหม่ให้กับคนไทย ในโอกาสปีใหม่นี้ ผมและทีมงานได้รวบรวมเรื่องราวที่ดีที่สุดของพวกเราชาว Skooldio ตลอดการเดินทางในปี 2019 ที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนความคิดและบันทึกความทรงจำเก็บไว้ ก่อนจะออกเดินทาง(ไกล)ต่อในปี 2020


Case Study การใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนา LINE Messaging

ความเดิมตอนที่แล้ว

ยุคนี้ใครๆ ก็พูดถึง Data Science และ AI ฟังดูล้ำและง่ายไปหมด แต่เหล่า Data Scientist ทั้งหลายคงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า ไม่ใช่เลย! 🙅🏻‍♂️ จากข้อมูลมากมายมหาศาลกว่าจะหา Insights เจอ จนสามารถนำไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์และมี Impact ทางธุรกิจได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย 🤦‍♀️ หรือการจะทำระบบ AI ขึ้นมาสักระบบ อย่างระบบแนะนำ (Recommender System) ที่แทบจะมีอยู่ในทุกเว็บหรือแอปดังๆ ก็มีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่าที่ทุกคนคิด การที่จะทำออกมาให้ระบบมีความแม่นยำสูงจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน 🤦🏻‍♂️

เริ่มตั้งแต่พาร์ทนี้ ผมเลยอยากจะหยิบเอาทอล์กที่ชอบมาก 3 อัน ที่ Speaker ได้มาเล่าถึง Process, Best Practice และ Practical Guide ในการทำงานด้าน Data มาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน (สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่านยาวๆ หรืออดใจรออันถัดๆ ไปไม่ไหว สามารถกดดูสไลด์ด้วยตัวเองได้เลยครับ)

  1. Data Science Drives Improvement of LINE Messenger (Taro Takaguchi)
  2. Feature as a Service at Data Labs (Chaerim Yeo)
  3. Timeline Post Recommender System (Jihong Lee)

การใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนา Product

คนที่ควร(ส่งไปให้)อ่าน: Data Scientist/Analyst, Product Owner, Team Lead

Data Science มีคำว่า “Science” อยู่ เพราะจริงๆ แล้วกระบวนการทำงานของ Data Scientist ก็คือกระบวนการวิจัยหรือการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่พวกเราคุ้นเคยกัน เริ่มจากการตั้งสมมติฐาน ทำการทดลอง เก็บข้อมูล และนำมาวิเคราะห์สรุปผล…

Ta Virot Chiraphadhanakul

Co-founder @ Skooldio. Google Developer Expert in Machine Learning. A data nerd. A design geek. A changemaker. — Chula Intania 87, MIT Alum, Ex-Facebooker

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store